สับขาหลอกอีกกระดาน! แฉหมาก DE ฮุบ DGA รวบตึงงบหมื่นล้าน จิ๊กซอว์ดิจิทัลสีน้ำเงิน
หากคุณคิดว่าเกมการเม […]
บทความทั่วไป
หากคุณคิดว่าเกมการเม […]
มากกว่าแค่ 2 น. ทะเล
e-Workpermit 7.8 พันล้าน! แฉเอกชน ‘จับเสือมือเปล่า’ ส่งงานช้าข้ามปี-โดนปรับ 300 ล้าน เล่นบทเหยื่อทวงหนี้รัฐบังหน้า?
รถไฟฟ้า กรณีของบริษัทไทย สมายล์ กรุ๊ป ที่เคยกลายเป็นประเด็นในช่วงปี 2565 เมื่อชื่อของผู้บริหารกลุ่มธุรกิจด้านขนส่ง EV ท่านหนึ่งถูกเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่าย
ทุกคนจำได้ไหมว่า ช่วงหนึ่งประเทศไทยเคยมีข่าวว่า “ระบบไบโอเมตริกซ์” ของหน่วยงานรัฐหมดอายุการใช้งาน?
หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่ปัญหาทางเทคนิค แต่คำถามคือ มันเป็นแค่เรื่องเทคนิคจริงหรือไม่?
เพราะในช่วงเวลาที่ระบบบางส่วนไม่ได้ถูกใช้งานเต็มรูปแบบ ประเทศไทยยังคงมีคนเดินทางเข้าออกประเทศนับล้านคน
ขณะที่หน่วยงานบางส่วนต้องกลับไปใช้ระบบ “Blacklist” เป็นหลักในการคัดกรองบุคคลต่างชาติ แทนระบบไบโอเมตริกซ์ที่สามารถตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลได้โดยตรง
แน่นอนว่า Blacklist ยังใช้งานได้ แต่หลายฝ่ายก็มองว่า ประสิทธิภาพของมันย่อมแตกต่างจากระบบที่สามารถตรวจจับ “ตัวบุคคลจริง” ผ่านใบหน้า ลายนิ้วมือ หรือข้อมูลชีวภาพ
ยิ่งเมื่อมองไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟิลิปปินส์ เรื่องลักษณะคล้ายกันกำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่
ล่าสุด ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับบริษัทเทคโนโลยีไบโอเมตริกซ์ต่างชาติ จนเกิดคำถามว่า หากวันหนึ่งรัฐไม่สามารถควบคุมระบบสำคัญของตัวเองได้เต็มรูปแบบ จะเกิดอะไรขึ้น?
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้อาจไม่ได้เกี่ยวแค่ “สัญญาหมดอายุ” เท่านั้น
แต่มันเกี่ยวโยงกับประเด็นความมั่นคง ข้อมูลประชาชน และซึ่งมีผลกระทบมันกว้างกว่าที่คิด คำถามสำคัญคือ รัฐบาลควรทำอย่างไรกันปัญหาที่เกิดขี้นนี้?