หากคุณคิดว่าเกมการเมืองของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน’ มีแค่การรุกคืบยึดกระทรวงมหาดไทยและการคุมฐานเสียงระดับท้องถิ่น คุณอาจกำลังมองข้ามจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่สุดในโลกยุคดิจิทัลไป เพราะล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญผ่านมติคณะรัฐมนตรี ที่ดูผิวเผินเหมือนเป็นการปรับโครงสร้างราชการปกติเพื่อความเป็น ‘เอกภาพ’ นั่นคือการโอนย้าย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA จากเดิมที่เคยขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ให้ไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) อย่างเต็มตัว แต่ในโลกของการเมืองที่ทุกย่างก้าวมีการคำนวณมาอย่างรอบคอบ การย้ายหน่วยงานที่เป็นเสมือนมันสมองและกระดูกสันหลังด้านดิจิทัลของประเทศในครั้งนี้ ซ่อนนัยยะทางการเมืองที่ลึกซึ้ง และผลประโยชน์ระดับหมื่นล้านเอาไว้
อัพเกรด DE สู่ กระทรวงเกรดเอ งบพุ่งทะยาน 1.36 หมื่นล้าน
เพื่อให้เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของกระดานนี้ เราต้องตามเส้นทางของเงิน ไปดูตัวเลขที่แท้จริงข้อมูลการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ระบุชัดเจนว่า กระทรวง DE ได้รับการอัดฉีดเม็ดเงินเพิ่มขึ้นถึง 3,428.7 ล้านบาท โดยกระโดดจาก 10,197.0 ล้านบาท (ในปี 2569) พุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 13,625.7 ล้านบาท การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ สะท้อนให้เห็นว่ากระทรวงดีอีไม่ใช่กระทรวงเกรดบีอีกต่อไป แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็น ‘ซูเปอร์มินิสทรี’ กระทรวงเกรดเอที่มีเม็ดเงินมหาศาลสำหรับปั้นบิ๊กโปรเจกต์ด้านคลาวด์และโครงสร้างพื้นฐาน

มาสเตอร์คีย์ 1.37 หมื่นล้าน ทำไมต้องฮุบ DGA?
ความแหลมคมที่สุดของเกมนี้ ไม่ใช่งบหลักของกระทรวง DE เพียงอย่างเดียว แต่มันคือ งบประมาณรายจ่ายภายใต้แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ปี 2570 ซึ่งมีจำนวนถึง 331 โครงการ จาก 125 หน่วยงาน วงเงินรวมสูงถึง 13,792.35 ล้านบาท
ความน่ากลัวและทรงพลังของคำว่า ‘งบบูรณาการ’ ก็คือ เงินก้อนนี้ไม่ได้ถูกกองไว้ที่กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่มันคือเส้นเลือดใหญ่ทางเทคโนโลยีที่หล่อเลี้ยงกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ถึง 125 แห่ง ไม่ว่าหน่วยงานไหนอยากจะทำแอปพลิเคชัน สร้างฐานข้อมูลประชาชน หรือเช่าระบบคลาวด์ ล้วนต้องวิ่งเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มของแผนงานนี้ทั้งสิ้น
และหน่วยงานที่เป็นเสมือน ‘เจ้าภาพ’ ผู้คุมกฎ คัดกรอง และกำหนดมาตรฐานโครงการเหล่านี้ทั้งหมดก็คือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA
การดึง DGA เข้ามาอยู่ภายใต้กระทรวง DE จึงเปรียบเสมือนการยึดมาสเตอร์คีย์ ที่ทำให้คนระดับรัฐมนตรีหรือใครก็ตามจากฝ่ายการเมืองสามารถที่จะแทรกซึม สั่งการ และกำหนดทิศทางเม็ดเงินอีก 1.37 หมื่นล้านบาท ที่กระจายอยู่ตาม 125 หน่วยงานทั่วประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อนำเม็ดเงินทั้งสองก้อนมาวางรวมกัน ขั้วอำนาจนี้กำลังแผ่อิทธิพลครอบคลุมขุมทรัพย์เทคโนโลยีของรัฐรวมกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท พูดได้เลยว่านี่อาจจะเป็นยุทธศาสตร์รวบอำนาจและงบประมาณแบบชนิดที่เรียกว่าไร้รอยต่อ แนบเนียน และลึกล้ำที่สุดในยุคดิจิทัล

Data is Power ยุทธศาสตร์ปิดประตูแพ้
จิ๊กซอว์ทั้งหมดนี้ถูกส่งไม้ต่อให้อยู่ในการกุมบังเหียนของรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ ทายาทสายตรงและขุนพลคนสำคัญระดับ New Gen ของค่ายสีน้ำเงิน ในขณะที่แกนนำรุ่นใหญ่กำลังเดินเกม ‘กินรวบ’ กระทรวงมหาดไทยเพื่อคุมเครือข่ายข้าราชการและหัวคะแนนบนดิน การขยับหมากของคนรุ่นใหม่เพื่อรวบอำนาจและเม็ดเงิน 2.7 หมื่นล้านในกระทรวง DE ก็คือการเข้าไปยึดกุมน่านฟ้าดิจิทัลและ Big Data ของประเทศ
ในยุคที่ใครมีข้อมูลมากที่สุดคือผู้ชนะ การมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการคุมแอปพลิเคชันรัฐ ฐานข้อมูลประชาชน และงบมหาศาล ย่อมทำให้ขั้วอำนาจนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก (Insight) ของประชาชนทั่วประเทศได้อย่างทะลุปรุโปร่ง การโอนย้าย DGA จึงไม่ใช่แค่การจัดระเบียบราชการ แต่มันคือการสร้างระบบนิเวศแห่งอำนาจที่รัดกุมที่สุด เพื่อตุนเสบียงและล็อกฐานเสียง เตรียมพร้อมสำหรับมหาศึกเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไปอย่างสมบูรณ์แบบ!


