ลับล้วงลึก รถไฟฟ้า EV กับเครือข่ายผลประโยชน์ใต้พรม

รถไฟฟ้า กรณีของบริษัทไทย สมายล์ กรุ๊ป ที่เคยกลายเป็นประเด็นในช่วงปี 2565 เมื่อชื่อของผู้บริหารกลุ่มธุรกิจด้านขนส่ง EV ท่านหนึ่งถูกเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่าย

ลับล้วงลึก รถไฟฟ้า EV กับเครือข่ายผลประโยชน์ใต้พรม

เท้าความถึงกรณีของบริษัทไทย สมายล์ กรุ๊ป ที่เคยกลายเป็นประเด็นในช่วงปี 2565 เมื่อชื่อของผู้บริหารกลุ่มธุรกิจด้านขนส่ง EV ท่านหนึ่งถูกเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายธุรกิจหลายส่วน จนทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า เบื้องหลังการเติบโตของ ecosystem ด้าน EV และโครงสร้างธุรกิจบางส่วน อาจมีความสัมพันธ์ที่ลึกกว่าที่หลายคนเคยรับรู้หรือไม่

บุคคลดังกล่าวได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในผู้บุกเบิกการพลิกโฉมระบบขนส่งมวลชนด้วยรถเมล์และเรือโดยสารไฟฟ้าในประเทศไทย และถูกมองว่าเป็นผู้ให้บริการรถเมล์ไฟฟ้ารายแรกของประเทศในเชิงธุรกิจขนาดใหญ่

EV Corruption-2

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ส่วนหนึ่งย้อนกลับไปถึงคดีของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ซึ่งในเวลานั้น “สมโภชน์ อาหุนัย” ซีอีโอของบริษัท ถูกกล่าวหาว่ามีความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่านบริษัทย่อยอย่าง บริษัท อีเอ โซล่า นครสวรรค์ จำกัด (ESN) และ บริษัท อีเอ โซล่า ลำปาง จำกัด (ESL)

 

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 “บลังก้า ซูหลาน หวาง” อดีตภรรยา ได้ยื่นข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน การบริหารโครงการ และข้อสงสัยเกี่ยวกับการยักย้ายเงินจากโครงการดังกล่าว

EV Corruption-2

ข้อมูลที่ถูกร้องเรียนในขณะนั้น ระบุถึงโครงสร้างธุรกรรมที่ซับซ้อนผ่านบริษัทหลายชั้น โดยมีการจัดตั้งบริษัทในฮ่องกงอย่าง Emerald และ Brics เพื่อทำหน้าที่ซื้ออุปกรณ์จากผู้ขายต้นทาง ก่อนส่งต่อไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้าที่นครสวรรค์และลำปาง

สิ่งที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต คือ ราคาซื้อขายในแต่ละชั้นมีส่วนต่างจำนวนมาก จนมีการประเมินว่าเม็ดเงินที่เกี่ยวข้องอาจสูงรวมกันเกือบ 3,450 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกัน บริษัทอย่าง Hydro China Zhongnan Engineering Corporation และ Power China Zhongnan Engineering Corporation ก็ถูกกล่าวถึงในฐานะตัวกลางของกระบวนการดังกล่าว จนเกิดคำถามตามมาว่า โครงสร้างธุรกรรมเหล่านี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด และใครคือผู้ได้รับประโยชน์จากส่วนต่างทางการเงินเหล่านั้น

.

ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น คือในคำให้การของ “ซูหลาน” ได้ปรากฏชื่อของผู้บริหารกลุ่มธุรกิจด้านขนส่ง EV บริษัทไทย สมายล์ กรุ๊ป ที่กล่าวมาข้างต้น โดยมีการอ้างถึงความเชื่อมโยงทางธุรกิจ และการนำเงินบางส่วนไปลงทุนในบริษัทแลนด์ พรอสเพอริตี้ โฮลดิ้ง จำกัด (LPH) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้ ที่บางปะกง

.

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ในระดับคำกล่าวหาและคำให้การที่ถูกนำเสนอเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และยังไม่ใช่ข้อยุติทางกฎหมาย

.

แม้จะยังไม่มีข้อสรุปในทางคดี แต่สิ่งที่หลายฝ่ายเริ่มตั้งข้อสังเกต คือเครือข่ายธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวโยงกับผู้บริหารบริษัทไทย สมายล์ กรุ๊ป คับคล้ายว่าจะค่อย ๆ ปรากฏความเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน่าตกใจ

.

เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้ เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโรงงานผลิตรถเมล์ไฟฟ้าของบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ซึ่งอยู่ใน ecosystem ของ EA และรถเมล์ไฟฟ้าส่วนหนึ่งจากโรงงานดังกล่าว ก็ถูกส่งมอบให้กับบริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป

.

ด้วยเหตุนี้ จึงเริ่มมีผู้ตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับ EA, NEX, ไทย สมายล์ กรุ๊ป และโครงการพัฒนาในพื้นที่ EEC ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกันมากกว่าที่ปรากฏในภาพทั่วไป

 

EV Corruption-3

ยิ่งเมื่อย้อนกลับไปดูช่วงปี 2565 ซึ่งไทยสมายล์บัสขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเส้นทางเดินรถ สัมปทาน และการผลักดัน EV Bus ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนหนึ่ง ที่ออกหน้าออกตาสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ

นี่ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากกลไกตลาดและนโยบายส่งเสริม EV ตามปกติ หรือมีปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีอีกจุดที่หลายฝ่ายมองว่าน่าสนใจ คือกรณีที่ EA เคยว่าจ้าง บริษัท เค.คอนเนค เวิลด์ไวด์ (ประเทศไทย) ให้ดำเนินงานขนส่งอุปกรณ์สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ โดยมีมูลค่ารวมหลายพันล้านบาท

และเมื่อเวลาผ่านไป EA ยังได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท อีเอ โมบิลิตี โฮลดิง จำกัด (EMH) จะเข้าลงทุนใน BYD, ACE และไทย สมายล์ บัส พร้อมทั้งโอนกิจการของบริษัท อี ทรานสปอร์ต โฮลดิง จำกัด (ETH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ให้แก่ไทยสมายล์บัส ทำให้ความเชื่อมโยงทางทุนการเงินระหว่าง EA, BYD, NEX และไทยสมายล์บัส เริ่มชัดขึ้นมากกว่าเดิม

แต่สิ่งที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็น “ความบังเอิญที่น่าสนใจ” คือในเวลาต่อมา นิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้กลับได้รับการผลักดันเข้าสู่เขตส่งเสริมพิเศษของ EEC พร้อมสิทธิประโยชน์หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นภาษี สิทธิในการนำเข้าแรงงานต่างชาติ ตลอดจนการใช้ EEC Visa และ EEC Work Permit

ประเด็นดังกล่าวยังนำไปสู่คำถามอีกด้านหนึ่งเกี่ยวกับโครงการจ้างเหมาภาคเอกชนผลิตใบอนุญาตทำงานและให้บริการรับคำขอ รวมถึงการแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว หรือที่รู้จักกันในชื่อ “e-WorkPermit” ของกรมการจัดหางาน

 

ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นในสมัยของการกระทรวงแรงงานยุคหนึ่ง โดยกิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกายเป็นผู้ชนะการประมูลในวงเงินประมาณ 7,800 ล้านบาท ซึ่งสมโภชน์ อาหุนัยมีส่วนเกี่ยวข้อง

 

 

เพียงพนอ รักชนก เขย่าสินบน สงสัยถ่วง e WorkPermit กินหัวคิว
Scroll to Top